รับฟรี Checklist

7 วิธีเอาตัวรอดในภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักจาก COVID-19

April 9, 2020
Posted on

         “เมื่อเงินไม่เข้า ก็ต้องหยุดเอาเงินออก” ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 และเลือกที่แก้ไขปัญหาด้วยวิธีนี้ แต่นั่นจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดจริงหรือ?

         เมื่อธุรกิจที่เราปั้นมากับมือนั้นเปรียบเสมือนกับลูกรัก พนักงานทุกคนก็เป็นเหมือนคนในครอบครัวและคงไม่มีผู้ประกอบการคนไหนต้องการเสียใครไปจากวิกฤตการณ์นี้ การลดรายจ่ายโดยการลดพนักงานลง อาจดูเหมือนจะไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดซะด้วย แล้วเราจะทำอย่างไร จึงจะผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยกัน!

         ก่อนอื่น..สิ่งที่จะช่วยลดรายจ่ายให้คุณได้ทันทีคือ “การจัดการเงินกู้กับสถาบันการเงินต่างๆ” โดยการเข้าไปขอคำปรึกษาเพื่อขอพักชำระหนี้ชำระหนี้ หรือ ขอผ่อนดอกเบี้ยอย่างเดียวก่อน ซึ่งในช่วงวิกฤตแบบนี้ จะสามารถทำได้ง่ายกว่าสถานการณ์ปกติ หลังจากนั้นเมื่อคุณลดรายจ่ายประจำได้แล้ว ถึงเวลาต้องตั้งสติให้ดีและมาเรียนรู้ 7 วิธีในการเอาตัวรอดจากวิกฤตครั้งนี้กัน

         1. อย่าให้เงินขาดมือ
         คุณควรจะหมั่นสำรวจเงินในบัญชีอยู่เสมอ ว่าตอนนี้คุณเหลือเงินอยู่เท่าไหร่ เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงธุรกิจของคุณไปได้อีกนานแค่ไหน จากการสอบถามกลุ่มผู้ประกอบการในไทย พบว่า ส่วนมากมีเงินสำรองในการดำเนินธุรกิจเฉลี่ยแล้วอยู่เพียงแค่ 21 วันเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบแล้ว ในการดำเนินธุรกิจ คุณควรมีเงินสำรองเพื่อหล่อเลี้ยงธุรกิจไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เพื่อให้ธุรกิจของคุณปลอดภัย

         2. เลือกจ่ายเงินกับสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด
         เมื่อวงเงินมีจำกัด เราจึงควรใช้จ่ายไปกับสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด ตั้งสติให้ดี แน่นอนว่าการขายทรัพย์สินเป็นวิธีการแปลงเงินอย่างเร่งด่วน แต่มันจะช่วยประคับประคองธุรกิจเพียงชั่วคราวเท่านั้น ลองมองดูว่าในช่วงนี้ช่องทางใด ที่คุณลงทุนไปแล้ว จะสามารถช่วยธุรกิจของคุณอยู่รอดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

          3. มองหาทางเลือกหลายๆ ทาง
         “แม้รัฐบาลจะไม่ใช่ที่พึ่งแรกๆในลิสต์ของผู้ประกอบการทั้งหลาย แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม” ลองสำรวจนโยบายต่างๆ ที่ออกมาเพื่อสนับสนุนหรือกระตุ้นเศรษฐกิจดูว่ามีอันไหนที่เข้าข่ายกับธุรกิจของคุณ
         แน่นอนว่าการติดต่อกับหน่วยงานรัฐทั้งวุ่นวายและเชื่องช้า นี่คงจะเป็นปัญหากับผู้ประกอบการหรือสตาร์ทอัพอยู่ไม่น้อย แต่หากคุณยอมเสียเวลาสักนิด เชื่อเถอะว่ามัน “คุ้ม” เพราะอย่างน้อย หากเราอยู่ในฐานข้อมูลของรัฐแล้ว ก็เป็นโอกาสหนึ่งที่จะเข้าร่วมการขอรับความช่วยเหลือตามนโยบายของรัฐได้

         4. อย่าเงียบหายไลน์ ไม่ตอบ!
         หากธุรกิจของคุณต้องติดต่อกับคู่ค้าอื่นๆ แน่นอนว่าเขาคงมาตามเก็บเงินคุณเหมือนเงาตามตัว แต่เมื่อการเงินของธุรกิจคุณติดขัดจนไม่มีเงินจ่าย การเงียบหายไปอาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่ “การหนีหรือเงียบหายไปนั้น อาจทำให้ธุรกิจคุณพังแบบถาวร” ทางที่ดีคุณควรเผชิญหน้าและเข้าไปเจรจา ต่อรอง หรือถ้าเลื่อนการชำระเงินไปก่อนได้จะดีที่สุด

          5. จงรีบปิดการขายและเก็บเงินจากลูกค้าให้ไวที่สุด
         แม้อาจดูขัดกับข้อที่แล้วไปหน่อย ที่จะให้คุณขอผ่อนผันกับคู่ค้าแต่ดันให้รีบไปเก็บเงินลูกค้า ให้คุณคิดภาพว่า การทำธุรกิจก็เป็นเหมือนวงจรหนึ่ง หากเราได้เงินมาเร็ว เราก็มีเงินจ่ายคู่ค้า หากคู่ค้าได้เงินจากเรา เขาก็มีเงินทุนในการผลิตสินค้าหรือบริการให้เราได้ และเราก็จะมีสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าของเราเช่นกัน
         ดังนั้น จงพยายามให้เต็มที่! ออกโปรโมชั่นหรือแคมเปญต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าปิดดีลกับคุณให้ได้เร็วที่สุด เพื่อทำให้วงจรของคุณดำเนินต่อไปได้ และทุกคนก็จะรอดไปด้วยกัน

         6. วางแผนบริหารการเงินให้ดี
         ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่จำเป็นเสมอไปที่คุณจะต้องรัดเข็ดขัดจนแน่นเกินไป ตัดใช้จ่ายทุกชนิด เพียงต้องพิจารณาตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกก่อน งานบางส่วนอาจจะให้ Outsource ทำแทน และหากมีค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าเช่าสำนักงาน อาจขอผ่อนผันค่าเช่า หรือลองเปลี่ยนเป็น Work From Home ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่หากต้องพบปะกันจริงๆ อาจลองใช้ Co-working Space เป็นครั้งๆ ไป ก็ถือเป็นทางเลือกช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

          7. เตรียมพร้อมสำหรับศึกครั้งต่อไป!
         เมื่อเราจัดการกับปัญหาปัจจุบันได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ “การลุกขึ้นเดินต่อ” การทำธุรกิจจะทำไปวันๆ คอยหากินกับลูกค้ากลุ่มเดิมๆ ไปเรื่อยๆ ก็ไม่ได้ ธุรกิจจะต้องเติบโต จงเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ หากวันหนึ่งคุณต้องการขยายธุรกิจ แน่นอนว่าอย่างแรกที่คนจะนึกถึงก็คือ เงินทุน สิ่งแรกที่คนจะวิ่งเข้าหาก็คือแหล่งเงินทุนต่างๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ต่อให้ในช่วงนี้หรือหลังจากวิกฤตครั้งนี้ จะทำให้ตัวเลขในบัญชีของคุณอาจจะไม่สวยหรูนัก แต่หากคุณเตรียมตัวได้ดีพอ ก็อย่าพึ่งหมดหวังไป “เพราะสิ่งที่นักลงทุนจะพิจารณา ไม่ใช่ตัวเลขในปัจจุบันเท่านั้น แต่มันคือแผนในการดำเนินงานต่อจากนี้ต่างหากที่สำคัญจริงๆ”

         และนี่คือ 7 วิธีที่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “อย่ารอความช่วยเหลือจากคนอื่นเพียงอย่างเดียว​” หากคุณไม่ลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองก่อน คงจะยากที่จะให้คนอื่นมาช่วยพาคุณก้าวเดินต่อไป

         ตั้ง “สติ” ให้ดี แน่นอนว่าทุกธุรกิจนั้น มีโอกาสและทางรอดของตัวเองเสมอ เพียงแต่คุณต้องมองหาให้เจอ หากคุณยังมองไม่เห็นโอกาสนั้น ลองมองหาผู้ช่วยอื่นๆ หรือให้ HUBBA เป็นผู้ช่วยของคุณ ผ่านโครงการ The Founders Square 

         โครงการที่จะมาช่วยให้คุณได้เรียนรู้และเข้าถึงทุกแง่มุมของธุรกิจ ตั้งแต่การช่วยวางแผนธุรกิจ หาแหล่งเงินทุน หาลูกค้า ไปจนถึงแนะนำพาร์ทเนอร์ต่างๆให้กับคุณ นอกจากนี้เรายังสามารถช่วยตามหาทีมงานที่มีคุณภาพได้อีกด้วยผ่านทั้ง 5 แพลตฟอร์มที่เรามีอีกด้วย

         เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจของคุณจะก้าวข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปได้ และอยู่รอดได้ในวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต อย่ารอช้า รีบเข้ามาลงทะเบียนกับเราได้ที่ https://bit.ly/39XSGwI

หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติม tfs@hubbathailand.com หรือ โทร 066-097-1201

ข้อมูลจาก: 
         - Prudent Advisory, Corporate Finance and Strategy Consulting.
           Prudentadvisory.com
         - PeerPower, Debt Crowdfunding Platform.
           peerpower.co.th

แชร์

HUBBA Team