รับฟรี Checklist

HealthTech Startup ไทยไปได้อีกไกล ด้วย 5G

February 4, 2021
Posted on

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปีนี้เทรนด์นวัตกรรมเพื่อสุขภาพเขามาแรงจริง ๆ จากความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นทั่วโลกเพราะไวรัสตัวร้าย กระแสการหันมาดูแลสุขภาพจึงยิ่งจริงจังมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ HealthTech Startup เลยทีเดียว

เมื่อความสนใจถูกเบนมาทางสายสุขภาพในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ มีกลุ่มผู้ใช้การบริการสาธารณสุขหรือใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากขึ้น ยิ่งทำให้เหล่านักพัฒนาทั้งหลายเล็งเห็นช่องโหว่หรือข้อบกพร่องของระบบสาธารณสุขที่สามารถพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้ นี่เป็นโอกาสทองที่เราจะสามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจน และนำไปวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ไขได้อย่างตรงจุดต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิด Startup สายนวัตกรรมเพื่อสุขภาพเกิดขึ้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วทุกมุมโลกในปัจจุบัน

อาทิเช่น

- Liva Healthcare : แพลตฟอร์มดิจิทัลจากยุโรปที่ให้คำปรึกษาทางด้านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการรับมือกับโรคร้ายสำหรับผู้ป่วย ด้วยโปรแกรมการให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพที่ออกแบบขึ้นเฉพาะบุคคลโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ 

- Okadoc : บริษัท HealthTech จากดูไบ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยในการค้นหาสถานที่ให้บริการทางการแพทย์ ทำการนัดหมาย และอ่านคำวินิจฉัยโรคของแพทย์ได้อย่างง่ายดายผ่านช่องทางออนไลน์ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์เองก็สามารถใช้แอปพลิเคชั่นตัวนี้ในการจัดตารางการเข้ารับการรักษา และสามารถสร้างโปรไฟล์ของตัวเองเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้ป่วยได้- Zocdoc : เป็นแอปพลิเคชั่นอีกตัวสำหรับค้นหาบริการทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้เคียงและทำการนัดหมายเพื่อเข้ารับการบริการ โดยมีฐานการใช้งานหลักอยู่ที่นิวยอร์คแต่ปัจจุบันเริ่มขยายฐานผู้ใช้งานออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ

- Zocdoc : เป็นแอปพลิเคชั่นอีกตัวสำหรับค้นหาบริการทางการแพทย์ที่อยู่ใกล้เคียงและทำการนัดหมายเพื่อเข้ารับการบริการ โดยมีฐานการใช้งานหลักอยู่ที่นิวยอร์คแต่ปัจจุบันเริ่มขยายฐานผู้ใช้งานออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ

- และอื่น ๆ อีกมากมาย

ส่วนในไทยเองก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน ในบ้านเราก็มีสตาร์ทอัพสายสุขภาพอยู่หลายเจ้า

อาทิเช่น

- PharmaSafe : ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องการใช้ยาของคนไทย ที่คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับยา แจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่ต้องทานยา หรือแจ้งข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับยาที่แพ้ อีกทั้งยังสามารถเตือนการนัดหมายแพทย์ได้อีกด้วย โดยข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับสุขภาพเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายทุกที่ทุกเวลาผ่านทางแอปพลิเคชั่น ฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ผู้ป่วยจะมีข้อมูลอยู่กับตัวพร้อมเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

- Chiiwii LIVE : อีกหนึ่งแอปพลิเคชั่นที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้พูดคุยกับคุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายและยังเป็นส่วนตัวมาก ๆ อีกด้วย ซึ่งทีมงานคุณหมอและผู้เชี่ยวชาญของ Chiiwii LIVE ก็ครอบคลุมหลายสาขาความเชี่ยวชาญ เช่น นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ แพทย์แผนไทย เภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็ก

- OOCA : แพลตฟอร์มปรึกษาจิตแพทย์ออนไลน์  ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถพูดคุยกับจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาได้ทุกที่ ทุกเวลา และยังเป็นการส่วนตัวอีกเช่นกัน ซึ่งหากผู้ใช้งานยังไม่มั่นใจว่าตนเองอยู่ในสภาวะระดับที่ควรเข้ารับคำปรึกษาแล้วหรือยัง ทาง OOCA ก็มีแบบทดสอบให้ได้ทดลองทำเพื่อเช็คตัวเองในเบื้องต้นก่อน

สตาร์ทอัพสายสุขภาพในไทยยังมีอีกหลากหลาย ที่ไม่ได้นำมาพูดถึงในวันนี้ ผู้ที่สนใจอยากรู้เพิ่มเติม HUBBA รวบรวมลิสต์ Startup ในสาขาต่าง ๆ มาไว้ให้แล้วที่นี่

สัดส่วนของ HealthTech Startup ในเมืองไทย นั้นยังถือว่ามีจำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับสตาร์ทอัพในสายอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีแล้ว เรายังขาดไอเดียที่จะมาประยุกต์ใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยเทคโนโลยีคลื่นสัญญาณใหม่ 5G ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตแต่ละคนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว เราสามารถนำเทคโนโลยีตัวนี้มาปรับใช้เพื่อพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพต่อไปได้อีกไกล


5G เป็นประโยชน์ต่อวงการนวัตกรรมเพื่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?

1. การส่งไฟล์ขนาดใหญ่ที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สำหรับงานที่มีชีวิตของผู้คนเป็นเดิมพัน ทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินนั้นมีค่า ความเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญมากและเป็นอีกปัจจัยใหญ่ที่จะสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้คนได้มากยิ่งขึ้น เทคโนโลยี 5G จะกลายมาเป็นพระเอกของยุคนี้ทันที ด้วยความรวดเร็วของอัตราการตอบสนองในระดับ 0.001 วินาที ซึ่งถือว่าเร็วสุด ๆ สำหรับยุคนี้ จะช่วยให้การถ่ายโอนข้อมูล หรือส่งต่อข้อมูลของแพทย์ทำได้เร็วขึ้น

2. การรักษาทางไกลขยายวงกว้างมากขึ้น

โดยเฉพาะในแถบทุรกันดารที่ระบบสาธารณะสุขหรือบริการทางการแพทย์ยังเข้าไปไม่ทั่วถึง การรักษาแบบระยะไกล (Telemedicine) เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับทั้งผู้ป่วยและคุณหมอ และแน่นอนว่าการรักษาผ่านช่องทางออนไลน์ในลักษณะนี้ จะต้องอาศัยภาพวีดีโอที่คมชัด และสัญญาณที่ชัดเจนไม่ขาดหาย ซึ่งเทคโนโลยี 5G จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้

3. การพัฒนาเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงในทางการแพทย์

เทคโนโลยี augmented reality (AR) และ virtual reality (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงถูกนำมาใช้ทางการแพทย์นานแล้ว และเมื่อมีเทคโนโลยี 5G เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ ทำให้วงการแพทย์พัฒนาไปอีกขั้นนึง เช่น มีการใช้เทคโนโลยีนี้มาจำลองสถานการณ์หรือการเข้ารับการรักษาที่มีความซับซ้อน เพื่อให้แพทย์ได้ทดลองลงมือทำขั้นตอนการรักษาจริง ซึ่งทำให้ค้นพบแนวทางการรักษารูปแบบใหม่ ๆ เป็นทางเบือกให้แก่ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น

4. การมอนิเตอร์ผลการรักษาที่แม่นยำ และน่าเชื่อถือมากขึ้น

การมอนิเตอร์ผลการรักษาของผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้การแสดงผลที่ชัดเจน และรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยี 5G เข้ามามีบทบาทสำคัญมากในส่วนนี้ แพทย์สามารถมอนิเตอร์ผู้ป่วยได้แบบเรียลไทม์ และยังแม่นยำ จึงสามารถวินิจฉัยโรคออกมาได้อย่างรวดเร็ว และยังส่งผลให้แพทย์สามารถทำการรักษาระยะไกลได้เพิ่มมากขึ้นอีกเช่นกัน

5. นำ Artificial intelligence (AI) มาใช้ประโยชน์

วงการแพทย์มีการนำ AI มาใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรคมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งด้วยปริมาณข้อมูลจำนวนมาก เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาช่วยให้การประมวลผลของ AI ทำงานได้ไวมากขึ้น และมีการส่งข้อมูลที่รวดเร็วขึ้น

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกย่างก้าวของชีวิต ในวงการ HealthTech เองก็เช่นกัน สิ่งสำคัญคือต้องมีทั้ง Health และมี Tech ทำงานร่วมมือกัน เพื่อหยิบยื่นทางเลือกใหม่ ๆ ในการดูแลสุขภาพ รวมทั้งการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ แก่ระบบการให้บริการสาธารณสุขของประเทศ 

หากคุณมีไอเดียในการปฏิวัติการดูแลสุขภาพและต้องการยกระดับการสาธารณะสุขของไทยให้ทัดเทียมต่างชาติ วันนี้ INTOUCH x HUBBA มีโครงการเพื่อสนับสนุนคุณอยู่ กับ InVent Builder

สมัครได้แล้วที่นี่วันนี้ อย่ารอช้า จนถึง 6 มีนาคม 2564 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ vb.inventvc.com

Graphic by: Yasumin Tamrareang

กดเพิ่ม HUBBA เป็นเพื่อน เพื่อติดตามข่าวสารและร่วมสนุกกิจกรรมอื่นๆ ได้แล้วที่ไลน์แอด @hubbathailand

เพิ่มเพื่อน

แชร์

จำนวนผู้เข้าชม

0000
คน

Darawadee Toonnew

Content Writer สายตระเวนเที่ยวถ่ายรูป แต่ใช้กล้องเป็นแค่โหมดออโต้ ชื่นชอบชานมไข่มุกหวาน 75% และใฝ่ฝันอยากเปิดฟาร์มแมว
< กลับหน้า HUBBA Blog