ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างของมนุษย์ ทั้งวิธีคิด วิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกชีวิตต่างได้รับอิทธิพลไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกคนต่างก็ต้องหาทางปรับตัว เช่นเดียวกับวงการศาสนา อันเป็นที่พึ่งทางจิตใจให้แก่ศาสนิกชนมาอย่างช้านาน ก็เจอกับความท้าทายนี้ เมื่อคนเชื่อในเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จับต้องได้ แก้ปัญหาในชีวิตให้พวกเขาได้และมีความล่อตาล่อใจมากกว่า จนช่องว่างระหว่าง ‘คน’ กับ ‘ศาสนา’ ยิ่งอยู่ห่างกันมากขึ้น
จากผลสำรวจโดยองค์กรพิว (The Pew Forum on Religion & Public Life) พบว่าจำนวนคนที่ไม่นับถือศาสนาทั่วโลก เพิ่มมากขึ้นสูงถึง 1,100 ล้านคน โดยประเทศที่มีผู้ไม่นับถือศาสนามากที่สุดคือประเทศจีน มีจำนวน 700 ล้านคน
ส่วนในไทย นักวิชาการด้านศาสนวิทยาคาดการณ์ว่ามีผู้ไม่นับถือศาสนาเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 20 สาเหตุหลักเกิดจากการที่คนส่วนใหญ่มองว่าศาสนาไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อชีวิต เป็นสิ่งงมงาย รวมถึงเกิดจากความเสื่อมศรัทธาในตัวบุคคลทางศาสนา
ด้วยเหตุนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เป็นตัวการทำให้คนเลิกกลัว ช่วยหาทางเอาชนะและอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทางธรรมชาติได้ จึงเสมือนเป็นปรปักษ์กับกลุ่มคนที่เคร่งครัดในศาสนา เพราะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นกิเลสที่เข้ามาล่อลวงคนให้หลงมัวเมา ทำให้เอาใจออกห่างหลักธรรมคำสอนอันดีงาม
ตามหลักศาสนา ‘การเปลี่ยนแปลง’ คือธรรมดาของโลก ทุกสิ่งล้วนเป็นอนิจจัง มีอยู่และดับไป หากสามารถมองใจเป็นกลางก็จะสามารถมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ - ว.วชิรเมธี
ในปัจจุบันเราจะเห็นกันอย่างแพร่หลายที่มีพระภิกษุสงฆ์ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการเผยแผ่ศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียสำหรับเทศนา หรือไลฟ์สดบนช่องทางออนไลน์ เพื่อพาศาสนาไปใกล้ชิดกับญาติโยมผู้มีจิตศรัทธามากขึ้น
เทคโนโลยีได้เข้ามาลดช่องว่างระหว่างคนกับวัดมากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีโรคระบาด คนจึงไม่สามารถเดินทางออกไปเสี่ยงในสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน จึงเกิดเป็นเครื่องมือต่าง ๆ ที่พาวัดมาตั้งถึงที่บ้านเลยทีเดียว
ด้วยเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) ที่ช่วยสร้างโลกเสมือนจริง ทำให้ปัจจุบันคนสามารถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกได้ง่ายดายจากที่บ้าน การไปเที่ยววัดจึงไม่จำเป็นต้องพาตัวเองออกไปเบียดเสียดกับคนข้างนอกอีกต่อไป คุณสามารถเดินทัวร์ได้ทั่ววัด พร้อมศึกษาเรื่องราวหรือความรู้ที่น่าสนใจได้จากโซฟาที่บ้านของตัวเองได้เลย ที่นี่ >>> https://360.kaenkaewontour.com/watarun
หากยังไม่หนำใจ คุณยังสามารถเข้าไปสักการะ วางดอกไม้ธูปเทียน แก่สิ่งศักดิ์สิทธฺ์จากวัดดังที่คุณนับถือได้อีกด้วย ที่เว็บไซต์ http://www.polyboon.com/worship/inside/waipra.html
บนหน้าเว็บไซต์จะมีให้กดเลือกวัดที่คุณต้องการ จากนั้นเราสามารถกดจุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ และแปะทองคำเปลวบนพระพุทธรูปได้เลย ก่อนจะกดฟังบทสวด เพื่อภาวนาไปพร้อมกัน ง่ายมากใช่ไหมคะ สะดวกสบายแบบนี้ เทคโนโลยีคงไม่ใช่ตัวขัดขวางแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนอีกต่อไป
มีช่วงหนึ่งที่เกิดกระแสข่าวในแง่ลบกับวงการการทำบุญ ทั้งเรื่องดราม่าเงินทอนวัด มิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นผู้ยากไร้มาขอรับบริจาค ทำให้ผู้มีจิตศรัทธาต่างระแวงที่จะบริจาคเงิน กลัวว่าจิตศรัทธาจะส่งไปไม่ถึงผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ แต่ตอนนี้หมดห่วงได้แล้วค่ะ เพราะแอปพลิเคชัน DSongboon สามารถแก้ปัญหาด้านความโปร่งใสให้คุณได้
การทำบุญผ่านแอปพลิเคชัน DSongboon นั้นสะดวกสบายมากค่ะ เพียงลงทะเบียนและสร้างบัญชีส่วนตัวขึ้นมา สำหรับร่วมบริจาคทำบุญในโครงการต่าง ๆ ไม่วาจะเป็นวัด มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศล โดยสามารถเช็คข้อมูลความน่าเชื่อถือขององค์กรเหล่านี้ รวมถึงสามารถพูดคุยและเช็คสถานะของเงินบริจาคได้ทางแอปพลิเคชันเลยค่ะ
ตอนนี้ทาง HUBBA ก็ได้จับมือร่วมกับบริษัท แองเจิล ไทม์ จัดโครงการ Marketing Pitch for Good เพื่อเชิญชวน MARKETER สายบุญทั้งหลายมาลองท้าทายทักษะการตลาดของตัวเอง ในการสร้างแคมเปญเพื่อดึงดูดศาสนิกชนมาเป็นผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน DSongboon นอกจากจะได้พัฒนาสกิลตัวเอง และได้บุญ ยังได้เงินรางวัลกลับบ้านไปอีกกว่าแสนบาทสำหรับทีมที่สามารถสร้างแคมเปญได้บรรลุตามโจทย์ แถมยังมีโอกาสได้ร่วมงานกับแองเจิ้ล ไทม์ ด้วยนะเอ้อ!
เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ ไม่ว่าจะเป็น MARKETER สายไหน หรือมีไอเดียการตลาดอยากเอามามทดลองทำจริงก็สามารถสมัครเข้ามาได้เลยที่โครงการ Marketing Pitch for Good
รายละเอียดเพิ่มเติม >>> https://bit.ly/3mupdDT
หรือติดต่อทีมงาน
kansuda@hubbathailand.com
085-134-5241 (เค้ก)
จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-18.00 น.
ทุกสรรพสิ่งมีสองด้านเสมอ ฉะนั้นขึ้นอยู่กับผู้ถือครองในการที่จะมีสติและนำไปใช้ในทางที่เกิดประโยชน์และไม่หลงมัวเมาจนลืมตัว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่ถูกนักที่จะกล่าวว่าของใหม่ที่เข้ามาจะเป็นสิ่งทำลายของดีงามดั้งเดิมเสมอไป หากนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์และถูกวิธีการ จะยิ่งสร้างคุณค่าให้แก่ของเดิมและทำให้คงอยู่ได้อีกนาน
- https://www.thaiquote.org/content/233119
- https://travel.trueid.net/detail/zpO7NKZkx7yp
- http://www.polyboon.com/worship/inside/waipra.html
- https://www.posttoday.com/life/healthy/548924
- https://www.matichon.co.th/columnists/news_426555
- https://www.visalo.org/columnInterview/chip10.htm
- https://thestandard.co/is-it-wrong-to-not-practice-religion/